Chiang Mai Zoo & Aquarium 2009
เกือบจะครบปีแล้วที่ได้มาเยือนสวนสัตว์เชียงใหม่ เมื่อปีก่อนได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย ณ วันนั้น ความรู้สึกที่มีต่อสวนสัตว์เปลี่ยนไปเยอะ — มันไม่ใช่สวนสัตว์ที่มีแต่สัตว์อยู่ในกรงอีกต่อไป — แม้บางสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่จะดูแปลกแยกไปบ้าง แต่โดยรวมแล้วสวนสัตว์เชียงใหม่ก็ยังคงมีสิ่งน่าดูน่าชมมากจนเกินคุ้ม
หลังจากเปิดมาได้ซักระยะ อควาเรี่ยมแห่งใหม่ก็โดนแย่งกระแสความนิยมโดยน้องหมีแพนด้าไปเกือบหมด จึงนับเป็นเวลาอันอุดมมงคลฤกษ์ ที่จะได้ไปเยี่ยมชมโดยไม่ต้องกลัวฝูงชน (ที่จริงไปเพราะว่าตั๋วลดราคา ซื้อสาม แถมสอง อะนะ -_-” ) ขบวนรถพร้อมด้วยผู้โดยสารห้าชีวิตจึงออกเดินทางจากบ้านกันแต่เช้าตรู่
ทางเดินเข้าอยู่ค่อนข้างไกล + ร้อน จะดีกว่านี้มากหากมีทางเดินที่มีร่มเงาตลอดทาง ตัวอวาเรี่ยมสร้างในหุบเขาที่ถูกกั้นให้เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดย่อมๆ ซึ่งตอนนี้ระดับน้ำยังไม่สูงมากนัก จึงเห็นเสาของทางเดินและตัวอาคารค่อนข้างโด่เด่ มีหงส์ขาวลอยน้ำอย่างหงอยๆอยู่ 1 ตัว ..
พอเดินเข้าไป แรกสุดจะเป็นทางเดินแคบๆ ด้านหนึ่งจัดเป็นสวนต้นไม้เขียวๆ เดินอ้อมไปก็จะพบกันส่วนจัดแสดงปลาน้ำจืด อยู่ในตู้โค้งมน
มีตู้แสดงสัตว์ซึ่งไม่ค่อยจะเกี่ยวกับอควาเรี่ยมเท่าไหร่ เห็นว่าแปลกดีเลยเก็บภาพมาซะหน่อย เป็นกบสีเขียวๆ หน้าตาตลกดี
ตั้งแต่จุดนี้จะมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบาย ให้ความรู้เป็นระยะๆ ซึ่งก็ทำหน้าที่ได้ดี และเป็นกันเองดีมากๆ .. เดินไปเรื่อยๆจากจุดนี้จะมีตู้แสดงปลากระเบนน้ำจืด มีโชว์ให้่อาหารปลากระเบนด้วย
ถัดมาเป็นทางลาดที่จะลงไปยังอุโมงค์กระจก สองข้างทางมีอ่างที่ให้เราดูปลาจากด้านบนได้ ในรูปจะเป็นฉลามอะไรซักอย่าง สีน้ำตาล นอนทำสวยอยู่สองตัว เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ดุ
เดินลงมาตามทางลาด ก็ถึงไฮไลท์ของที่นี่ เป็นอุโมงค์ลอดใต้น้ำ ความยาวที่(ว่ากันว่า)ยาวที่สุดในเอเชีย ลักษณะเป็นทางเดินโค้งเป็นรูปวงกลม มีทางเลื่อนลักษณะเหมือนสายพานร้านขายซึชิ -_-” ไม่แน่นะ ปลามันอาจจะเห็นเราเป็นอาหารบนจานก็ได้ .. ครึ่งแรกจะเป็นอุโมงค์ลอดใต้น้ำจืด มีปลาน้ำจืดค่อนข้างหลากหลาย แต่ยังตัวไม่ค่อยใหญ่นัก บางชนิดก็เป็นปลาที่เลี้ยงกันในบ้าน เช่นปลาตะเพียนทอง ปลาตะพาก (ที่บ้านก็เลี้ยง) พวกปลาสวาย ปลากราย ยังมีเลย (เห็นแล้วหิว.. ) สภาพน้ำค่อนข้างใสดี ปัญหาเรื่องน้ำขุ่นที่มีในตอนแรกๆคงหมดไปแล้ว แต่ที่น่าติก็คือการเก็บรายละเอียดยังมีหลุดๆบ้าง เช่น ท่อพีวีซี สีฟ้าๆ ที่โผล่มาให้เห็น ..
เดินมาถึงครึ่งนึงของทางเดินรูปวงกลม ก็จะเป็นส่วนของสัตว์ทะเล มีปลาค่อนข้างเยอะ ปลากระเบนนก(สวยมาก) ปลาฉลาม ตัวค่อนข้างเล็กอยู่ ถ้ามีไม้น้ำ ปะการัง ฯลฯ มากกว่านี้จะดูสวยมาก
ออกมาจากอควาเรี่ยม ท้องฟ้าครึ้มๆ ฝนตกปรอยๆ เดินมาที่ส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า คนน้อยกว่าที่คิด พอเข้าไปก็เป็นดังคาด คือแม่หมีหลินฮุ่ยนอนกกลูกน้อย (ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องชื่อ) อยู่ด้านหลัง มีจอภาพวงจรปิดให้เห็นตัวหมีนอนขดอยู่ดังภาพ ส่วนเจ้าช่วงช่วงก็นอนอยู่ในที่ของตัวเอง นอนไป อึไปด้วย -_-” ที่ตลกก็คือตอนเจ้าหน้าที่เอาอาหาร(กิ่งไผ่)มาให้ ต้องตะโกนเรียก “ช่วง .. ช่วงเอ๊ยย” เค้าเรียกปลุกมันอย่างนี้จริงๆนะ .. เจ้าหมีที่นอนอยู่ก็ทำท่าเหมือนจะรับรู้ (พยักหน้า) แต่ก็ไม่ยอมเดินลงมา สรุป มาคราวนี้ได้เห็นหมีตัวนึงผ่านจอ อีกตัวนอนอยู่ในระยะไกลๆ ..
ก่อนจะออกมาก็เขียนอวยพรหมีน้อยตามธรรมเนียม (มันไม่รู้เรื่องหรอก เห็นเค้าเขียนติดบอร์ดกันเต็ม ก็นะ) ..
ก่อนจะกลับบ้าน นั่งรถรางโมโนเรล ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว สภาพรถจากที่เห็นผ่านไปปีนึง ยังดูโอเคอยู่ คนโดยสารไม่ค่อยมาก อาจจะเพราะฝนตก คนมาเที่ยวก็น้อยอยู่แล้วด้วย
ปิดท้ายด้วยภาพตัวเมืองเชียงใหม่เมื่อมองจากบนรถราง (ฝนหยุดพอดี)















